วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

38 โครงการหลวงตามรอยพ่อ

ซึ่งจริงๆแล้วโครงการของในหลวงทั่วประเทศทั้งหมดมีกว่า 4,000 โครงการ แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงงานในทุกวัน เพื่อไทยได้มีชีวิตที่ดีขึ้น จะพยายามนำมาบันทึกไว้เรื่อยๆจนครบหากมีข้อมูล และมีเวลาเขียนค่ะ 

 

1. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ทำการปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นของประเทศได้ จึงทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่ นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลยและสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง

จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอก เมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”

ที่ตั้ง : สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ. เชียงใหม่  โทร : 053-969-476-78 ต่อ 114



2. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เลขที่ 202 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ราษฎรที่อาศัยบนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าม้ง ซึ่งบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด และฝิ่น ส่งผลให้ป่าที่เคยสมบูรณ์กลายสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภ
ูมิพลอดุลยเดชมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือชาวเขาเหล่านั้นให้มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง และได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ทางด้านการเกษตรแผนใหม่ ปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ด้วยการหันมาทำการเกษตรแบบถาวร อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง “สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์” ในปี พ.ศ.2522 ณ บริเวณบ้านขุนกลาง เพื่อเป็นสถานีวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงอีกแห่งหนึ่ง ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และไม้ผล รวมทั้งถ่ายทอดผลงานวิจัยไปสู่การส่งเสริมให้เป็นรายได้ของครอบครัวเกษตรกรทั้งชาวกะเหรี่ยง และ ม้งในหมู่บ้านรอบๆ สถานีฯ พร้อมกับการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานพัฒนาด้านสังคมและการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธารและโปรดให้เป็น “สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์” ในปี พ.ศ.2550

ที่ตั้ง : สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เลขที่ 202 หมู่ 7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่  โทร : 053-286777, 053-286778



3. สถานีเกษตรหลวงปางดะ

เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชประสงค์เพื่อช่วยให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้มีรายได้มั่นคง โดยการนำพืชเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดให้เกษตรกรปลูก พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการผลิต การใช้สารเคมีที่ถูกต้องและปลอดภัย ตลอดจนให้เกษตรกรใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักของการอนุรักษ์ดินและน้ำ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเยี่ยมศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวงเป็นครั้งแรก และในโอกาสนี้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้ทูลขอพระราชทานชื่อใหม่ว่า “สถานีเกษตรหลวงปางดะ”

ปัจจุบันสถานีเกษตรหลวงปางดะมีภาระการปฏิบัติงานเป็นสถานีเพื่อการวิจัยและขยายพันธุ์พืชหลากหลายชนิด มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,232 ไร่ พื้นที่ใช้ประโยชน์ 804 ไร่ 1 งาน 81 ตารางวา และในปี พ.ศ. 2545 สถานีเกษตรหลวงปางดะ ได้ขยายขอบเขตพื้นที่ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพไปสู่พื้นที่ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ และถือเป็นหมู่บ้านเป้าหมายที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดหวานสองสี และพืชผักชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงที่ร่วมโครงการอีกด้วย

ที่ตั้ง : สถานีเกษตรหลวงปางดะ 192 หมู่ 10 ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 50250   โทร : 053-378046



4. สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด

ก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ. 2527 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น เน้นการวิจัยกาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์ผสม 28 สายพันธุ์ ควบคู่ไปกับการวิจัยพืชเสริมชนิดอื่น เช่น กระวานและพริกไทย เพื่อใช้ปลูกร่วมในแปลงกาแฟ

ที่ตั้ง : สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด เลขที่ 91 หมู่ 10 ตำบลสบโป่ง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50150  

โทร : 053-318303, 081-961-0014


5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย

27 กุมภาพันธ์ 2523 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอ ณ บ้านแกน้อย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่จึงมีพระราชดำรัสกับหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ให้รับเข้าอยู่ในโครงการหลวง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ เรื่องการปลูกฝิ่น ขายฝิ่น และติดฝิ่น รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่า และการใช้ที่ดินโดยขาดการบำรุงรักษาจนทำให้ดินเสื่อมสภาพ

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย 547 หมู่บ้านแกน้อย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170
โทร : 053-318310 หรือ 082-8891619



6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ

เริ่มดำเนินงานเมื่อ พ.ศ. 2527 ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชผักภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ส่งเสริมการปลูกไม้ดอก ไม้ตัดใบ พืชไร่ ไม้ผล และอาชีพการเลี้ยงสัตว์ ควบคู่ไปกับการปลูกไม้ผลเขตหนาวภายใต้ระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ การใช้ปัจจัยชีวภาพในการป้องกันกำจัดแมลง พัฒนาความเข้มแข็งและคุณภาพของชุมชน การสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ หมู่ 12 ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50240
โทร : 098-0088441 หรือ 095-4506335



7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

เริ่มดำเนินงานเมื่อ ปี พ.ศ.2528 เพื่อลดพื้นที่การปลูกฝิ่นและพัฒนาพืชอื่นที่มีรายได้มากกว่ามาแทนฝิ่น เพื่อให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกินอย่างถาวร ตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งไม่หันกลับไปทำไร่เลื่อนลอยและบุกรุกทำลายป่า

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง 112 หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360
โทร : 053-318333 หรือ 088-4137243



8. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก เริ่มดำเนินการ เมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อสร้าง ที่ทำการศูนย์ ฯ ให้เป็นแหล่งสาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ดหอม และปลูกกาแฟอราบิก้าแก่ราษฎรในพื้นที่

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก หมู่ 8 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
โทร : 053-318-316 หรือ 093-146-7726




9. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

ปี พ.ศ. 2520 มูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทาน เริ่มต้นดำเนินการบุกเบิกจัดสรรพื้นที่ทำกินให้เกษตรกร จัดหาแหล่งน้ำ และระบบชลประทาน เพื่อลดการปลูกฝิ่น เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรชาวเขาให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดการทำไร่เลื่อนลอย ส่งเสริมความรู้ในการพัฒนาด้านต่างๆ จากวันนั้นผ่านมากว่า 30 ปี วิถีชีวิตของชาวไทยภูเขาได้เปลี่ยนไป การทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่น ได้ถูกทดแทนด้วยแปลงผักและผลไม้ สร้างรายได้และความสุขให้แก่ชุมชน

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา มีพื้นที่ความรับผิดชอบ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน 338 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและภูเขาลาดชัน มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-1,300 เมตร อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,400 มิลลิเมตร / ปีปัจจุบันเป็นแหล่งปลูกกุหลาบ พริกหวานแดง เหลือง เขียว และมะเขือเทศโครงการหลวง

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา 72 หมู่ 7 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180 โทร : 081-952-7650 ,053-318-308

10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ตั้งขึ้น เมื่อ พ.ศ.2521 เพื่อเป็นสถานีดำเนินงานส่งเสริมอาชีพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ในพื้นที่ 7 ไร่ ในเขตหมู่บ้านแม่ขนิลเหนือ เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่เหมาะสมให้เกษตรกรได้มีความรู้ ความชำนาญ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชนเผ่า ตลอดจนฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืน

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง บ้านแม่ขนิลเหนือ หมู่ 6 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230
โทร : 053-248421

11. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง

เริ่มดำเนินการ เมื่อ ปี พ.ศ.2522 เพื่อพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตรที่เหมาะสม แก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าจากการทำไร่เลื่อนลอย และการปลูกฝิ่น

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง บ้านห้วยตอง หมู่ที่ 10 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360
โทร : 053-318306

12. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว

เมื่อปี พ.ศ. 2523พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎร ชาวเขาในพื้นที่ ด้วยชีวิตความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นและยากจนของชาวเขา พระองค์ทรงช่วยเหลือและรับหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ในโครงการหลวง

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว บ้านใหม่สามัคคี หมู่ 14 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170
โทร : 053-045-600

13. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย

เมื่อปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านหนองหอย ทรงมีพระราชดำริว่าควรจะมีการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร จากนั้นกรมป่าไม้ได้จัดส่งหน่วยงานร่วมกับหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2527 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ทรงเห็นว่าบ้านหนองหอยมีประชากรเพิ่มมากขึ้น และมีการขยายหมู่บ้านออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองหอยใหม่และหนองหอยเก่า

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย บ้านหนองหอยเก่า หมู่ 7 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180
โทร : 081-950-9767, 083-324-0610

14. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2524 เพื่อการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ เพื่อก่อสร้างศูนย์ให้เป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ด และกาแฟให้แก่เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกชา (เมี่ยง) และเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง หมู่บ้านปางบง หมู่ 1 ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดชียงใหม่ 50220
โทร : 053-318-338, 081-783-1208

15. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง

ปี พ.ศ.2522 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง ก่อตั้งขึ้นบนพื้นที่ 10 ไร่ โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบและประสานงาน ส่งเสริมการปลูกพืชให้เพียงพอแก่ความต้องการของคนในท้องถิ่น หาพันธุ์พืชชนิดใหม่ทดแทนฝิ่น ส่งเสริมการทำการเกษตรถาวร เน้นการปลูกไม้ผลเมืองหนาว ปลูกพืชระยะยาว และพัฒนาปัจจัยพื้นฐานให้มีมาตรฐานทางสังคมที่ดีขึ้น

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง บ้านปางอุ๋ง หมู่ 1 ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 50270
โทร : 053-318326 หรือ 089-5559876

16. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง

เดิมเป็นหน่วยย่อยของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง แล้วแยกออกมาก่อตั้งเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 บริเวณหมู่บ้านผาตั้ง บนเทือกดอยผาหม่น แนวแบ่งเขตประเทศไทยกับลาว

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง 151 หมู่ 14 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย 57310
โทร : 081-8827477

17. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม

ปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านพระบาทห้วยต้ม ทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพพื้นที่และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรชาวเขาขาดแคลนที่ทำกิน เป็นโรคขาดสารอาหาร จึงทรงมีพระพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้ารับหมู่บ้านพระบาทห้วยต้มอยู่ในการดูแลของโครงการหลวงเพื่อเป็นผลดีในการหักล้างทำลายป่า ลดพื้นที่ปลูกฝิ่นทางอ้อม

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้มบ้านผาลาด หมู่ 9 ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 51110
โทร : 053-518-059, 083-324-3063

18. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า

ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น โดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาว เพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ป้องกันปัญหาการบุกรุกทำลายป่า และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า 249 หมู่ 7 ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา 56140
โทร : 054-401-023 หรือ 088-410-9089

19. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ

ก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ. 2528 โดยหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง จากการรับสั่งให้เจ้าหน้าที่เดินทางสำรวจสภาพพื้นที่ ซึ่งมีชาวเขาเผ่าม้งอาศัยอยู่ด้วยการถางพื้นที่ป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย ปลูกฝิ่นและพืชอื่นๆ แผนพัฒนาจึงได้ถูกกำหนดขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวเขาด้วยการส่งเสริมให้ปลูกพืชทดแทนฝิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50150
โทร : 053- 318308, 081-0251002

20. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม

เมื่อปี พ.ศ.2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชนเผ่ามูเซอ ที่หมู่บ้านวังดิน ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อยู่บนดอยผีหลอกติดกับลำน้ำกก ห่างจากชายแดนไทย-พม่า 10 กิโลเมตร ทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรยังยากจนและล้าหลังอยู่มาก และเป็นจุดที่ล่อแหลมทางชายแดนแถบภาคเหนือ สมควรให้ความช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม ได้จัดตั้งขึ้น ปี พ.ศ.2526 เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยแม่โจ้

ที่ตั้ง : 250 หมู่ที่ 15 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ 50280  โทร : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม

21. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ

เมื่อ ปี พ.ศ. 2518 โครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 6 ได้จัดตั้งขึ้น ตามแนวพระราชดำริ ของพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการแก้ไขปัญหาการถูกทำลายของพื้นที่ป่าบนพื้นที่สูง ส่งเสริมพัฒนาอาชีพในชุมชนของชาวเขาส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจทีเหมาะสมทดแทนการปลูกฝิ่นและเหมาะสมกับภูมิประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิโครงการหลวง และเปลี่ยนชื่อ เป็น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ บ้านแม่โถ หมู่ 1 ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ 50240
โทร : 053- 210-935 หรือ 085-623-3295

22. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ

เริ่มดำเนินการเมื่อ ปี พ.ศ. 2521 ตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ทาเหนือให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้ และแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายป่า

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ บ้านห้วยน้ำดิบ หมู่ที่ 2 ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
โทร : 053-318315 หรือ 081-5307517

23. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง

ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2523 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านแม่ปูนหลวง คำว่า “แม่ปูนหลวง” มาจากคำว่า “แม่พลูหลวง” คือ ใบพลูที่ผู้เฒ่าผู้แก่ใช้เคี้ยวกับหมาก ซึ่งเดิมบริเวณบ้านแม่ปูนหลวงมีลำห้วยขนาดใหญ่ และมีต้นพลูหลวงขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเริ่มแรกศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงตั้งอยู่ที่บ้านแม่ปูนหลวง ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก มีความยากลำบากในช่วงเวลาฤดูฝนจึงย้ายโครงการมาที่บ้านขุนแจ๋ ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2527

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง บ้านขุนแจ๋ หมู่ 8 ตำบลแม่แวน อำเภอแม่วิน จังหวัดเชียงใหม่ 50190
โทร : 053-939259 081-9526352

24. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ

ในปี พ.ศ. 2532 ชาวเขาเผ่าลีซอ หมู่บ้านแม่ยอง ทำหนังสือขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิโครงการหลวง ผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิง ต่อมาชาวบ้านแม่แพะ ได้รวมกลุ่ม ทำหนังสือขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิโครงการหลวง เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากพ่อค้าคนกลางที่เอารัดเอาเปรียบในการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร มูลนิธิโครงการหลวงจึงได้ขยายพื้นที่ทำการชั่วคราวแห่งใหม่ที่หมู่บ้านแม่แพะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 จึงได้รับการยกระดับจาก “หน่วยส่งเสริมแม่แพะ” ให้เป็น “ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ”

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ
หมู่ 2 ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 50250
โทร : 086-1172377


25.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย

วันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2514 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ทรงเยี่ยมราษฎร บ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกฝิ่นทำไร่เลื่อนลอย มีฐานะยากจน

ต่อมา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2519 ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรอีกครั้ง ทรงรับหมู่บ้านดังกล่าวเป็น หมู่บ้านในโครงการพระบรมราชนุเคราะห์ชาวเขา จากนั้นในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ส่วนราชการเข้ามาพัฒนาพื้นที่ เพื่อเป็นการสนองแนวพระราชกระแสดังกล่าว กรมประชาสงเคราะห์ จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สังกัด ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา สำรวจศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ปี พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเยี่ยมบ้านดง ตำบลห้วยห้อม นาบบุญสม แก่นจิง ผู้ใหญ่บ้าน ในขณะนั้น ได้ถวายฎีกา มีใจความว่าให้มีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในเขตพื้นที่ดังกล่าว เพื่อพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ให้เกษตรในพื้นที่ จึงมีรับสั่งกับหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ให้ช่วยพัฒนาอาชีพโดยเฉพาะด้านการเกษตร สังคมและสาธารณสุข ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยจึงได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเต็มรูปแบบใน ปี พ.ศ. 2533

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย บ้านดง หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58120
โทร : 093-1671649

26. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก

ปี พ.ศ. 2526 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อกได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อดำเนินงานส่งเสริมเศรษฐกิจชาวไทยภูเขาด้านการเกษตรเพื่อแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และการทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงเพื่อพัฒนาด้านอาชีพการเกษตรแบบถาวร

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก 200 หมู่ 5 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360  โทร : 053-318322


27. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่

เมื่อ ปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จเยี่ยม บ้านแม่สา เป็นครั้งแรก ด้วยพื้นที่ดังกล่าวมีพืชเสพติดอยู่มาก จึงรับสั่งให้โครงการหลวงและศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขา ช่วยกันพิจารณาปรับปรุงและพัฒนา ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ได้ทรงเสด็จเยี่ยมบ้านแม่สาอีกครั้ง หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2525 โครงการหลวง จึงตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา มีเป้าหมายเพื่อลดพื้นที่การปลูกฝิ่น หาพืชอื่นที่มีรายได้มากกว่าฝิ่นมาทดแทนให้ชาวเขา ได้ทำกินในพื้นที่อย่างถาวรและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ หมู่ที่ 10 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180
โทร : 053-318330 หรือ 089-8519922

28.ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียงเดิมขึ้นอยู่กับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย และได้แยกออกมาตั้งเป็น ศูนย์ฯ แม่สะเรียง ในปี พ.ศ. 2536 เนื่องจาก ศูนย์ฯ แม่ลาน้อย อยู่ห่างไกล และมีพื้นที่รับผิดชอบมากทั้งในเขต อำเภอแม่ลาน้อยและอำเภอแม่สะเรียง

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง บ้านอมพาย หมู่ที่ 11 ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58110
โทร : 088-4344902

29. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ เริ่มดำเนินการ เมื่อปี พ.ศ. 2521 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการพัฒนาอาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย การปลูกฝิ่น และการบุกรุกเผาถางป่าไม้ของราษฎรในพื้นที่ โดยหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ขอให้สำนักงานเกษตรภาคเหนือ เป็นผู้ดำเนินงาน“โครงการหลวงพัฒนาเกษตรที่สู ง
แม่แฮ” ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ”

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ 277 หมู่ 3 บ้านแม่แฮเหนือ ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 50270
โทร : 089-048 3546, 053-211489

30. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์

ปี พ.ศ.2522 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ ทรงทราบถึงความทุกข์ยากของชาวเขาในพื้นที่ ตลอดจนเส้นทางคมนาคมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียง จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมปลูก

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ หมู่ 7 ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ 58130
โทร : 053-318-325, 084-365-5465

31. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ

ปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปยังดอยสะโง๊ะ เป็นครั้งแรก ทอดพระเนตรเห็นว่า บริเวณนี้ยังมีพืชเสพติดอยู่มาก ควรจะส่งเสริมการปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ที่มีรายได้ทัดเทียมหรือดีกว่าการปลูกฝิ่น จึงรับสั่งให้โครงการหลวงและศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ช่วยกันพิจารณาปรับปรุงพัฒนา ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ทรงเสด็จเยี่ยมอีกครั้ง จากนั้น ในปี พ.ศ. 2522 ได้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เพื่อลดพื้นที่การปลูกฝิ่นอย่างถาวร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้น

ที่ตั้ง : 272 หมู่ 7 ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 57150   โทร : 081-9519711

32. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น

เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2526 มูลนิธิโครงการหลวง ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น ขึ้นเพื่อส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนฝิ่น เพิ่มรายได้และปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวเกษตรกร พร้อมทั้งเผยแพร่วิทยาการเกษตรแผนใหม่ให้แก่เกษตรกรชาวเขา

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น 600 หมู่ 16 ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย 57180 โทร : 053-163344

33. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน

ด้วยเหตุที่ราษฎรในพื้นที่ได้เข้าทำการบุกรุกแผ้วถางป่าทำไร่เลื่อนลอยเพื่อปลูกฝิ่น ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด โดยขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการบำรุงรักษาดินและน้ำ ผลผลิตที่ได้จึงมีคุณภาพลดลงทุกปี ในปี พ.ศ. 2525 ประธานมูลนิธิโครงการหลวง จึงทรงโปรดให้เริ่มเปิดดำเนินการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรในการเพาะปลูกพืชผักเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น ทำกินเป็นหลักแหล่งถาวร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน 136 หมู่ 8 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260
โทร : 053-163-344 081-030-6417

34. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง

ในอดีต ประชากรในพื้นที่ชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ ม้ง และคนเมือง ประกอบอาชีพปลูกฝิ่น มีการบุกรุกทำลายป่า เพื่อทำไร่เลื่อนลอย จนป่ากลายสภาพไปเป็นป่าเสื่อมโทรม ในปี พ.ศ. 2525 ประธานมูลนิธิโครงการหลวง โปรดให้จัดตั้งเป็นโครงการวิจัยวิธีการส่งเสริมเกษตรที่สูง ภายใต้ชื่อ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย สถาบันวิจัยชาวเขา จ.เชียงใหม่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.เชียงราย

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง หมู่ที่ 13 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260 
โทร : 087-190-1272

35. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง

เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2542 เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับราษฎรในพื้นที่และเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง หมู่ที่ 5 บ้านบ่อกลาง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย 57310
โทร : 081-7462000


36. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก

เดือนมีนาคม พ.ศ.2521 ชาวเขาเผ่าม้งได้อพยพจากบ้านบ่อเหล็ก อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มาอาศัยอยู่ที่บ้านห้วยลึก เนื่องจากสภาพพื้นที่ทำกินเดิมไม่เหมะสมแก่การเพาะปลูก ได้ยื่นฎีกาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อขอพระราชทานที่ดินทำกิน ปี พ.ศ. 2522 จึงทรงรับสั่งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เข้าช่วยเหลือชาวเขาเสริมสร้างความเข้าใจในการดำรงชีวิตร่วมกับป่า โดยร่วมกับกรมป่าไม้พิจารณาพื้นที่ทำกินที่บ้านห้วยลึก ซึ่งขณะนั้นเป็นป่าเสื่อมโทรมที่ต้องการบูรณะ มอบให้ชาวเขาที่อาศัยอยู่เป็นผู้อนุรักษ์ มีการปลูกป่าทดแทนและดูแลผืนป่า จนกระทั่งปี พ.ศ.2523 จึงเริ่มจัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก เพื่อส่งเสริมงานด้านเกษตรกรรมแก่ชาวเขา

ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170  โทร : 081- 9613174
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เพจ:ชิลไปไหน

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สิ่งที่ต่างประเทศกล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ (2)

ภาพจาก Siam town us


สิ่งที่ต่างประเทศกล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ (1)

Peace , Love , Respect
Prayers to
The Great Dhama Raja
The father of the Nation for decades.
Stay strong United Thailand.
I believe the King's spirit will continue to watch over Thailand; and his teachings will live on for many many generations. Sufficiency economy; self and national sufficiency. Peace and Kindness. Compassion and selfless public service.
His great works are all around us.
Over 4000 projects. He gave away all the crowns rural land holdings to distribute to the poor landless farmers _ over 44,000 rai.
So many projects more than to mention. Areas of agricultural development, irrigation, education, medical etc. Please read the pictures book below.
He traveled to every province in the time before paved roads; meeting local people's, hearing and observing their problems and then diligently attempting to help all the people no matter where they were or which religion or region they were.
Honour him everyday with our positive thoughts and actions.
Taking care our families, community, environment and the Nation.
I love Thailand. I love the King.
I feel privileged to have lived in the country during this golden era of his life time. A time in which there has been the longest period of peace in all of Thailand's history and poverty rates have fallen for millions. A time of greater opportunity and social mobility than at any time up to this date.
I will wear white every day for a year out of respect. (The PM suggest this, white or Black clothes for a year to show respect to the King).
Peace ,
Condolences to all Thai people.
Beautiful tribute
to The Great Dhama Raja
His life, works and photos;
Live now:
www.nationtv.tv/main/live/

และที่ประเทศภูฎาน ได้จัดงานให้เหมือนในหลวงเราเป็นกษัตริย์เค้าเอง
ภาพจาก เฟสบุ๊ค คุณทวี วงศ์สินธนกิจ